MyPhilosophy

 

วันนี้เดินไปปากซอย

ใส่ถ่านนาฬิกาสองเรือน เรือนหนึ่งถ่านหมดเกือบปี อีกเรือนถ่านหมดไม่รู้กี่ปีและตัดสายนาฬิกาหนึ่งเรือน ที่ซื้อมาประมาณสี่เดือน จนตัวสายเหล็กเริ่มหมองๆ ละ

ตัดสายเข็มขัดสองเส้น  ที่เก็บไว้ในถุงนานถึงสี่เดือนเช่นกัน

 

ชอบคิดว่าเรื่องเล็กๆนี่ ทำเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วก็ไม่ได้ทำสักที

เรามัวแต่คิดว่าไว้มีเวลาก่อนค่อยทำก็ได้

เวลานั้นมันมาถึงยากมากเลย

และแล้วเลยตัดสินใจ

เขียนใส่สมุดประจำวัน ( daily Schedule ) อย่างจริงจัง

ลงเวลาไว้ด้วย

ว่าจะต้องทำวันนี้ เวลาห้าโมงเย็น

 

และแล้วความตั้งใจ บวกกระบวนการวางแผนก็เป็นผล

 

พอเดินออกจากร้านนาฬิกา ดีใจมากเลย เพราะจะมีนาฬิกาใช้อีกสามเรือน

และสุขใจเมื่อเดินออกจากร้านเข็มขัด เราจะมีเข็มขัดให้ใช้เพิ่มขึ้นอีกสองเส้นนะเว้ยยยย.......ย เย่เย่

  

จึงบรรลุบางอย่างว่า...

 

เรื่องเล็กที่สุด ก็ต้องการเวลานะ

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1
หิวข้าวชะมัด นี่มัน สิบโมงครึ่งแล้ว อยากจะกินอะไรซักอย่าง
คล้ายๆยำ หรือส้มตำไข่เค็ม (เจาะจงเกินไปรึเปล่า)

 

2
เพลง “คำที่เป็นสุข” ของพี่โป้ ดังสนั่นห้อง
โอ้ ฟังแล้วมันเป็นสุขจริงๆ
“อยากบอกรัก ได้ยินมั้ย.... คำๆนี้ที่รวมไว้ทุกอย่าง...”
ขอ repeat อีกทีเหอะ แล้วเราก็เดินไปกด
“รักที่ให้เธอ รักที่ไม่เคยให้ใคร ฝากไว้ดูแลแทนทุกๆคำในใจ...”

 

3
วันนี้ไม่มีแดด
อากาศเย็นๆ เหมือนมันต้อนรับเทศกาลหยุดยาวยังไงอย่างงั้น
ฉลาดจริงๆเจ้าดินฟ้าอากาศ

 

4
ในใจร้อนลนชะมัด (ลึกๆ)
มีสัญญากับตัวเองที่ต้องรักษา แต่เวลาดันเดินเร็วเหลือเกิน
เราวิ่งตามไม่ทัน
กำลังใส่เกียร์เดินหน้า เหยียบคันเร่งเต็มพลัง
ขอให้ทันด้วยเถิด ไม่ใช่เพื่อใคร
เพื่อความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง

 

5
ก่อนเย็นนี้ จะต้องเอารับเจ้าเครื่องเสียงที่เอาไปซ่อม
ภาวนา ขอให้มันหายเป็นปกติด้วยเถอะ
จะดีต่อสภาพจิตใจในการขับรถมาก
และสภาพเงินในกระเป๋าตังส์ (ซ่อมถูกกว่าซื้อใหม่อะ)

 

6
หลังจากนั้นต้องไปงานศพ
อาจจะต้องไปคนเดียว
แต่อยากมีเพื่อนไปด้วยอะ
กดโทรศัพท์ทันที
...
เฮ้ย ใครๆเค้าก็ไปเที่ยว กลับบ้านกันหมดแล้วชิง
เอาน่ะ ปะ!! ไปต่อ

 

7
สงกรานต์แล้ว เหมือนเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เอ่ หรือเมื่อวานนี้ตอนเย็น
เมื่อวานหาที่พักยิก โทรไปสิบกว่าที่ เต็มหมด
เอาอีกละ เป็นแบบนี้ทุกปี
มาคิดได้ตอนที่ทุกคนออกเดินทางแล้ว
เมื่อไหร่จะเรียนรู้ โกรธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธธ

 

8
แม่ชีศันสนีย์บอกว่า
เมื่อรู้ว่าโกรธ ก็ให้รู้ตัวแล้วออกจากอารมณ์นั้นทันที
“ อืม โล่ง ”
หลักคำสอนง่ายๆที่ฉลาดยิ่งนักของท่าน
“ จ๊ะเอ๋ แล้วบ๋ายบาย ”
(เมื่ออารมณ์ทุกข์เกิด
แล้วเรารู้ตัวเหมือนการ จ๊ ะ เ อ๋
และแล้วทันใดนั้นที่รู้ตัวให้ บ๋ า ย บ า ย จากอารมณ์นั้น)

“ ทุกข์มีไว้ให้เห็น ไม่ได้มีไว้ให้เป็น ”
แม่ชีพูดเสมอ
งั้น “ บ๋ายบายนะจ๊ะ เจ้าตัวโกรธ ”

 

9
สงบจัง
อาจจะเป็นเพราะรู้ว่าทุกคนพักผ่อน
หรือ
ตัวเองพักผ่อน
อะไรก็ได้
ดีทั้งนั้นแหละ
...
ท้องเริ่มส่งเสียงร้อง
ต้องไปกินอะไรซักอย่าง สองอย่าง เอ่หรือสามอย่าง
ถึงเวลาวนไปหาข้อ 1 อีกรอบ

.

.

.

ชีวิตก็แบบนี้

ความสุข ความทุกข์ วนไป วนมา

.